บริษัท ไทยโพลีะคริลิค จำกัด (มหาชน)
รายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 24/2551
วันที่ 25 เมษายน 2551 เวลา 10.00 น.
บริษัท ไทยโพลีอะคริลิค จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 24/2551 ในวันที่ 25 เมษายน 2551 เวลา 10.00 น. ณ โรงแรม รอยัลซิตี้ ห้องอรุณอัมรินทร์ ชั้น 2 ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
กรรมการที่เข้าร่วมประชุม จำนวน 7 ท่าน
1. นายสุจิตร ศรีเวทย์บดี กรรมการ และกรรมการผู้จัดการ
ทำหน้าที่เป็น ประธานในที่ประชุม
2. นายธเนตร ขำเชิดชูไชย กรรมการ และผู้อำนวยการฝ่ายการค้าและพาณิยช์
3. นายเสรี ศักดิ์สวัสดิ์ ประธานกรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระ
4. นายสรศักดิ์ สุชาติ กรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระ
5. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วัธนี พรรณเชษฐ์ กรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระ
6. นาย เล ชุง เลียว กรรมการ
7. นาย โจนี่ แมทที ทาบีโอ อาซิคายเน็น กรรมการ
ผู้บริหารที่เข้าร่วมประชุม จำนวน 5 ท่าน
1. นางสาวสมจิตร บุญพิบูลย์มิตร ผู้จัดการฝ่ายบัญชี และการเงิน (รักษาการ)
2. นายพงษ์สิน ม่วงศรี ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัยอาชีวอนามัย
และสิ่งแวดล้อม / ระบบงาน
3. ดร.นิพนธ์ ศรีทองอินทร์ ที่ปรึกษาทางกฎหมายของบริษัทฯ
4. นายธนวัฒน์ กุลประเสริฐรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยการบุคคลและกฎหมาย
5. นางมัสยา รุ่งเรือง เลขานุการ ฯ
ผู้สอบบัญชีที่เข้าร่วมประชุม จำนวน 1 ท่าน
1. นายวิเชียร กิ่งมนตรี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 3977
จากบริษัท ไพร์ซ์วอเตอร์เฮาร์ส คูเปอร์ส
เอบีเอเอส จำกัด
ประธานกล่าวขอบคุณ ผู้ถือหุ้นที่มาร่วมประชุมในครั้งนี้ ซึ่งมีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองและโดยการรับมอบฉันทะรวมทั้งสิ้น 45 ท่าน (หลังจากที่ประธานได้แจ้งจำนวนผู้ถือหุ้นไปแล้วได้มีผู้ถือหุ้นเพิ่มมาอีก 1 ท่านจากเดิม 44 ท่าน) รวมเป็นจำนวนหุ้นทั้งสิ้น 10,960,922 หุ้น คิดเป็น 90.21 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนหุ้นทั้งหมด แบ่งเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจตามหนังสือมอบฉันทะจำนวนทั้งสิ้น 34 ท่าน คิดเป็นจำนวนหุ้น 10,821,722 หุ้น คิดเป็น 89.07 เปอร์เซ็นต์ และผู้ที่มาร่วมประชุมด้วยตนเอง 11 ท่าน คิดเป็นจำนวนหุ้น 139,200 หุ้น คิดเป็น 1.15 เปอร์เซ็นต์
ประธาน ได้แถลงต่อที่ประชุมถึงกติกาในการ vote คะแนนเสียง "เห็นชอบด้วย" หรือ "ไม่เห็นชอบด้วย" หรือ "ไม่ประสงค์ออกคะแนนเสียง" โดยขอให้ผู้ถือหุ้นใช้ voting cards ที่บริษัทฯ จัดทำให้ผู้ถือหุ้นในการออกเสียง
เฉพาะวาระที่ขอให้ที่ประชุมลงมติอนุมัติ ซึ่ง voting cards ดังกล่าวจะมี 3 ช่อง ทำเครื่องหมายตามมติที่ท่านผู้เข้าร่วมประชุมประสงค์จะออกคะแนนสียงในแต่ละวาระดังนี้
ช่องสีแดง หมายถึง ไม่เห็นชอบด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการ หรือ การไม่อนุมัติ
ช่องสีเขียว หมายถึง เป็นการลงมติเห็นชอบกับความเห็นของคณะกรรมการ หรือ การอนุมัติ
ช่องสีเหลือง หมายถึง ผู้ที่ไม่ประสงค์จะออกคะแนนเสียงในวาระนั้นๆ หรือ การงดออกเสียง
กติกาในการลงมติ จะถือ หนึ่งหุ้นเท่ากับหนึ่งเสียง
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้มีโอกาสในการใช้สิทธิ์ จะใช้เวลาเพียง 1 2 นาที ให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ลงมติอย่างอิสระด้วยการทำเครื่องหมายลงใน voting cards ที่บริษัทจัดให้ในแต่ละวาระ จากนั้น เจ้าหน้าที่บริษัทฯ จะทำการรวบ รวม voting cards เพื่อรวมคะแนนตามวาระที่ประชุมมีการลงมติ และจะแจ้งผลการออกคะแนนเสียงแต่ละวาระดังกล่าวสรุปตอนท้ายของการประชุมว่าที่ประชุมได้มีมติ อนุมัติ ไม่อนุมัติ หรืองดออกเสียง ในแต่ละวาระเป็นอย่างไร ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใสและเป็นหลักฐานใน การตรวจสอบได้ต่อไป
สำหรับวาระที่มีการขอมติในการลงคะแนนเสียง ดังนี้
วาระที่ 3 พิจารณาอนุมัติงบการเงินของบริษัทประจำปี 2550
วาระที่ 4 พิจารณาจัดสรรกำไรและเงินปันผลประจำปี 2550
วาระที่ 5 พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีประจำปี 2551
วาระที่ 6 พิจารณาเลือกตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ออกตามวาระ
วาระที่ 7 พิจารณาและอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการอิสระประจำปี 2551
ไม่มีผู้เข้าร่วมประชุมทักท้วงหรือคัดค้านแต่อย่างใด
ประธานได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาตามระเบียบวาระต่างๆ ดังนี้
วาระที่ 1: พิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 23/2550 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2550
ประธานขอให้ที่ประชุมพิจารณาตามความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรที่จะรับรองบันทึกรายงานการประชุม ครั้งที่ 23/2550 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2550 โดยสำเนารายงานการประชุมดังกล่าว ได้จัดส่งไปยังผู้ถือหุ้นพร้อมคำบอกกล่าวเรียกประชุมในครั้งนี้
ไม่มีผู้เข้าร่วมประชุมทักท้วงหรือขอให้แก้ไขรายงานการประชุมเป็นอย่างอื่น
ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติรับรองรายงานการประชุม
วาระที่ 2: Business Performance: ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปีที่ผ่านมา
ประธานแถลงต่อที่ประชุม เรื่องผลการดำเนินงานสำหรับปี 2550 พร้อมทั้งนำสถิติการเติบโตของบริษัทฯมาชี้แจงดังนี้
(1) บริษัทฯ ยังคงรักษาสถิติในการทำงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง ผ่านสถิติที่ไม่มีอุบัติเหตุในการทำงานที่มีการบาดเจ็บ
หรือ Classified Injury มากกว่า 3,307 วันทำการ นับตั้งแต่มีอุบัติเหตุครั้งสุดท้ายในเดือนมีนาคม 2542
(2) บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานในปี 2550 ซึ่งมียอดขายทั้งสิ้น 1,405 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย 1,316 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7%
ซึ่งนับว่าบริษัทยังคงสามารถเพิ่มรายได้มากขึ้นในภาวการณ์แข่งขันที่รุนแรงและสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มอ่อนตัวลงจากปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะประสบปัญหาสภาวะทางการเมือง มีการรัฐประหารเกิดขึ้นในเดือนกันยายน สภาพเศรษฐกิจในประเทศมีการชะลอตัว รวมถึงการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่แข็งตัวและเงิน US ดอลล่าห์ที่อ่อนตัวลงอย่างมาก รวมถึงการผันผวนทางด้านต้นทุนมีการชะลอตัวของอุปสงค์ (Demand) และมีการแข่งขันในประเทศสูงมากขึ้น
การตัดราคา บริษัทฯ จำเป็นที่จะต้องรักษาส่วนแบ่งการตลาด โดยการป้องกันส่วนแบ่งการตลาดของอะคริลิคและส่วนแบ่งตัวอื่นที่จำหน่ายในประเทศ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้กำไรเบื้องต้นลดลงจาก 20 เปอร์เซ็นต์ เหลือประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์ และภาวะการชะลอตัวอย่างมากของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะตู้เย็นที่บริษัทเคยมีสัดส่วนการขายแผ่น ABS และ HIPS สูงมากในปีก่อน ๆ ก็มีการชะลอตัว ทำให้การจำหน่ายหรือรายได้จากการขายของแผ่น ABS และ HIPS ในปีที่ผ่านมาลดลง
ฉะนั้น กำไรสุทธิก่อนหักภาษีเงินได้ ของปี 2550 ลดลงมากจากปีที่ผ่านมา จาก 140.1 ล้านบาท เป็น 77.4 ล้านบาท หรือลดลงเท่ากับ 62.7 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 44.8 เปอร์เซ็นต์ โดยมี 2 สาเหตุหลักคือ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขาย อันเนื่องมาจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นในขณะที่ราคาขายสินค้าลดต่ำลง อันเป็นผลมาจากภาวการณ์แข่งขันด้านราคากับคู่แข่ง และความแข็งค่าของเงินบาทที่กระบทบต่อรายได้ของกการส่งออกต่างประเทศ
ในปีที่ผ่านมามีส่วนขาดทุนจากอัตราแลก เปลี่ยนเพียง 1.7 ล้านบาท น้อยกว่าปี 2550 เนื่องจากบริษัทฯ ได้มีการเตรียมการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้แล้ว
(3) กำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้ของบริษัทฯ ประจำปี 2550 จำนวนเงินทั้งสิ้น 50.15 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 109.68 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้นของปี 2550 ที่ 4.13 บาท เทียบกับปี 2549 ที่ 9.03 บาท
นอกจากผลประกอบการดังกล่าวข้างต้นแล้ว บริษัทประสบผลสำเร็จในเรื่องการเพิ่มกำลังการผลิตแผ่นอะคริลิคได้ตามเป้าหมายที่ 10,000 ตัน ซึ่งเพิ่มจากปีก่อนที่ 9,000 ตัน
ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ดำเนินการผลิตเต็มกำลังการผลิตแล้ว คาดว่าไม่สามารถขยายกำลังการผลิตเพิ่มจากสายการผลิตในปัจจุบันได้อีก และแนวโน้มตลาดในต่างประเทศก็มีการขยายฐานลูกค้าไปมาก ทั้งนี้ทางฝ่ายบริหารได้มีการศึกษาและหารือ พร้อมทั้งเตรียมนำเสนอแผนการเพิ่มกำลังการผลิตแผ่นอะคริลิคอีก 5,000 ตัน เพื่อรองรับกับปริมาณความต้องการที่คาดว่าจะสูงขึ้นอีกทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
ในปีที่ผ่านมา ธุรกิจในส่วนของสายการผลิตแผ่นพลาสติกระบบ Extrusion นับว่าได้รับผลกระทบมากมีการชะลอตัวของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศ ซึ่งมีผลกระทบต่ออุปสงค์ของ ABS และ HIPS ดังนั้นบริษัทฯ จึงพยายามที่จะเพิ่มช่องทางจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือ พยายามขยายตัวในการใช้งานอื่น ๆ ของแผ่น ABS และ HIPS ซึ่งบางส่วนได้บรรลุผลไปมาก เช่น การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่มีความต้องการในการใช้แผ่น ABS และ HIPS สูงมากขึ้น มีการขยายตัวในปีที่ผ่านมาและในไตรมาสแรกของปีนี้ประมาณ 16 17 เปอร์เซ็นต์
การพัฒนาสินค้าใหม่ ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ มีความสำเร็จในการทดลองสินค้าในระบบเครื่องรีดชนิดใหม่ คือ แผ่น HDPE (High Density Poly Ethylene) ใช้ในการผลิต Auto liner จะมีการทำตลาดร่วมกับลูกค้าหลักต่อไป ในด้านอุตสหากรรมยานยนต์เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่จะหาทางเพิ่มรายได้เพื่อทดแทนในส่วนที่ขาดหายไปของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ถือว่าเป็นแผนงานหนึ่งของบริษัท
จากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยอุปสงค์ของแผ่น ABS/HIPS และพลาสติกทั่วไปได้ลดลงมากตามภาวการณ์ชะลอตัวลงของอุตสาหกรรมตู้เย็นเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัทฯ ได้หาวิธีขยายช่องทางการผลิตและจำหน่ายแผ่นพลาสติกอื่น เพื่อมาชดเชยรายได้การขายในส่วนที่ขาดหายไป โดยเฉพาะเน้นพัฒนา การผลิตแผ่นที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น การผลิต pick up liner และแผ่น patterns ที่มีความหลากหลายมากขึ้น เป็นต้น
รายงานความคืบหน้าของโครงการสร้าง XT Plant ไปที่ เวลโกรว์
จากการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาลบ่อยครั้ง ทำให้ Project การสร้างถนนจากวงแหวนรอบนอก ตัดกับถนนพรานนกยังไม่มีความคืบหน้า จึงเป็นโอกาสที่บริษัทฯ ได้มีเวลาศึกษาช่องทางการขยายว่าอะไรจะเป็นโครง การที่น่าจะส่งผลดีที่สุดในระยะยาว แต่ในระยะสั้น (ในช่วงระยะเวลา 4-5 ปีนี้) บริษัทฯ ยังมีพื้นที่เพียงพอที่จะขยายกำลังการผลิต
บริษัทฯ ขอยืนยันว่าผู้บริหารทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญในการขยายโรงงาน แต่ต้องใช้เวลาในการ ศึกษา Option ต่าง ๆ ให้ดีที่สุดและส่งผลประโยชน์ต่อบริษัทได้มากที่สุดในระยะยาว
ที่ประชุมรับทราบ
วาระที่ 3: พิจารณาอนุมัติงบการเงินประจำปี 2550 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม2550
ประธานแถลงต่อที่ประชุม เพื่อพิจารณางบดุลและงบกำไรขาดทุน ประจำปี 2550 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550 ซึ่งงบการเงินได้ปรากฏอยู่ในรายงานประจำปี ตามที่ได้จัดส่งไปยังผู้ถือหุ้นพร้อมคำบอกกล่าวเรียกประชุมในครั้งนี้
ความเห็นของคณะกรรมการ : เห็นสมควรรับรองงบการเงินประจำปี 2550 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550
ประธานเสนอ ให้ที่ประชุมลงมติอนุมัติ โดยใช้วิธี Voting cards
ที่ประชุมรับทราบมีมติ พิจารณาอนุมัติงบดุล และงบกำไรขาดทุนประจำปี สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม
2550 ตามความเห็นของกรรมการ ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ ดังนี้
อนุมัติ 45 ราย จำนวน
10,960,922 เสียง คิดเป็นร้อยละ 100 ไม่อนุมัติ - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ -
งดออกเสียง - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ -
วาระที่ 4: พิจารณาอนุมัติจัดสรรกำไร และเงินปันผลประจำปี 2550
ประธานแถลงเรื่อง การพิจารณาอนุมัติจัดสรรกำไร และเงินปันผลประจำปี 2550 ตามผลการดำเนินงานที่ได้แจ้งให้ทราบในวาระที่ 2
ความเห็นของคณะกรรมการ : เห็นสมควรอนุมัติจัดสรรกำไรและเงินปันผลประจำปี 2550 จากผลการดำเนิน งานที่ได้แจ้งให้ทราบ และปรากฏตามงบการเงินในรายงานประจำปี โดยเสนอจ่ายเงินปันผลประจำปี 2550 ในอัตราหุ้นละ 6 บาท จำนวน 12,150,000 หุ้น รวมจำนวนเงินปันผลทั้งสิ้น 72,900,000 บาท โดยจะทำการจ่ายให้ผู้ถือหุ้น ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2551 และ ทำการปิดสมุดพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผล ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2551 เวลา 12.00 น.
ประธานเสนอ ให้ที่ประชุมลงมติอนุมัติ โดยใช้วิธี Voting cards
ที่ประชุมรับทราบมีมติ พิจารณาอนุมัติจัดสรรกำไร และเงินปันผลประจำปี 2550 ตามความเห็นของคณะกรรมการ ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ ดังนี้
อนุมัติ 45 ราย จำนวน 10,960,922 เสียง คิดเป็นร้อยละ 100
ไม่อนุมัติ - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ -
งดออกเสียง - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ -
ประธานได้ชี้แจงให้ผู้เข้าร่วมประชุมรับทราบเรื่อง การจ่ายเงินปันผลในราคาสูง ตามที่ผู้เข้าร่วมประชุม
ซักถาม
1. เนื่องจากบริษัทฯ ยังมี cash surplus ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550 อยู่ประมาณ 160 ล้านบาท
2. โครงการต่าง ๆ ที่บริษัทฯ จะดำเนินการ ยังมีขีดความสามารถที่ทำได้โดยการกู้ยืม ซึ่งบริษัทฯ ยังมีสภาพคล่องหรือ ratio หนี้สินต่อทุนน้อยมาก
3. บริษัทยังมีศักยภาพในการขยายการลงทุนโดยใช้ self finance ของตนเองได้ ซึ่งผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะไม่มีการลงทุนต่อนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะบริษัทฯ เล็งเห็นความจำเป็นในการขยายกำลังการผลิตที่มีจำกัดในขณะนี้
4. อัตราการจ่ายเงินปันผลจะคงที่ตลอดไปได้หรือไม่ จะขึ้นอยู่ผลประกอบการและโครงการที่เกิดขึ้นว่าจะต้องใช้เงินในสัดส่วนเท่าไร ซึ่งบริษัทฯ จำเป็นต้องพิจารณาเป็นปี ๆ ไป ถ้ามีการศึกษาประวัติจากปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลสูงทุกปี เนื่องจากบริษัทฯ ยังมีสภาพคล่องที่สามารถทำได้
ประธานเสนอ ให้ที่ประชุมลงมติอนุมัติ โดยใช้วิธี Voting cards
ที่ประชุมรับทราบมีมติ พิจารณาอนุมัติจัดสรรกำไร และเงินปันผลประจำปี 2550 ตามความเห็นของคณะกรรมการ ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ ดังนี้
อนุมัติ 45 ราย จำนวน 10,960,489 เสียง คิดเป็นร้อยละ 100
ไม่อนุมัติ - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ -
งดออกเสียง - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ -
วาระที่ 5: พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีประจำปี 2551
ประธานแถลงเรื่อง การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี ประจำปี 2551
ความเห็นของคณะกรรมการ : เห็นควรให้แต่งตั้งบริษัท ไพร์ซ วอเตอร์เฮาร์ส คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทประจำปี 2551 และแต่งตั้งผู้สอบบัญชี ดังมีรายนามต่อไปนี้
(1) นาย วิเชียร กิ่งมนตรี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 3977
(2) นาย ประสิทธิ์ เยื่องศรีกุล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 4174
(
3) นาย สมชาย จินโนวาท ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 3271
โดยกำหนดให้นายวิเชียร กิ่งมนตรี เป็นผู้ทำการตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินของบริษัทฯ และเป็นผู้ลงลายมือชื่อในงบการเงินของบริษัทฯ ซึ่งนายวิเชียร กิ่งมนตรี ได้ทำหน้าที่ผู้ตรวจสอบบัญชีให้กับบริษัทฯ มาแล้วเป็นระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2548 2550 ซึ่งถือว่ายังอยู่ในกฎของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะคณะกรรมการ ก.ล.ต. อนุมัติร่างประกาศกำหนดเกณฑ์ให้บริษัทจดทะเบียนต้องเปลี่ยนตัวผู้สอบบัญชี อย่างน้อยทุก 5 รอบปีบัญชี
ทั้งนี้ผู้สอบบัญชีตามรายชื่อที่เสนอมานั้น ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ และไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัท / ผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่แต่อย่างใด และเห็นสมควรกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีในวงเงินไม่เกิน 1,200,000 บาท ประจำ ปี 2551
ประธานเสนอ ให้ที่ประชุมลงมติอนุมัติ โดยใช้วิธี Voting cards
ที่ประชุมรับทราบมีมติ พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีประจำปี 2551 ตามความเห็นของคณะกรรมการ ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ ดังนี้
อนุมัติ 45 ราย จำนวน 10,960,922 เสียง คิดเป็นร้อยละ 100
ไม่อนุมัติ - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ -
งดออกเสียง - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ -
วาระที่ 6: พิจารณาเลือกตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ออกตามวาระ ตามข้อบังคับข้อ 2 ของบริษัท
ประธาน แถลงเรื่อง การพิจารณาเลือกตั้งกรรมการใหม่ แทนกรรมการที่ออกตามวาระ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับข้อ 2 ของบริษัท
ประธานชี้แจงให้ที่ประชุมทราบถึงประวัติและประสบการณ์ของกรรมการที่ได้รับการเสนอชื่อให้เข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่อีกวาระหนึ่งทั้งสามท่าน ได้มีการนำเสนอในหนังสือรายงานประจำปีและหนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2551 และจาก slides ที่บริษัทฯ นำมาแสดง
ความเห็นของคณะกรรมการ : เห็นสมควรเลือกตั้งกรรมการที่ครบกำหนดออกตามวาระกลับเข้ามาดำรงตำแหน่ง ใหม่อีกครั้ง ดังมีรายนามดังนี้
(1) นาย ไซ จิน ลู ประธานกรรมการบริษัท
ประธานของบริษัท Lucite International ประจำภาคพื้นเอเซีย
(2) นายธเนตร ขำเชิดชูไชย กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายการค้าและพาณิชย์
(
3) ผู้ช่วยศาสตราจารย์วัธนี พรรณเชษฐ์ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ
ประธานเสนอ ให้ที่ประชุมลงมติอนุมัติ โดยใช้วิธี Voting card ให้กรรมการแต่ละท่าน
ที่ประชุมรับทราบมีมติ เห็นสมควรเลือกตั้งกรรมการที่ครบกำหนดออกตามวาระกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่อีกครั้ง ตามความเห็นของคณะกรรมการ ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ทั้งสามท่าน ดังนี้
อนุมัติ 44 ราย จำนวน 10,959,022 เสียง คิดเป็นร้อยละ 99.98
ไม่อนุมัติ - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ -
งดออกเสียง 1 ราย จำนวน 1,900 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.02
วาระที่ 7: พิจารณาและอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการอิสระประจำปี 2551
ประธาน แถลงเรื่องการพิจารณาและอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการ ประจำปี 2551
ความเห็นของคณะกรรมการ : เห็นสมควรเพิ่มค่าตอบแทนกรรมการอิสระทั้งสามท่าน จากเดิมท่านละ 275,625 บาท เป็น 286,650 บาทต่อปี และยังคงเหมือนเดิมในส่วนของเบี้ยประชุมของกรรมการตรวจสอบ เป็นครั้งละ 6000 บาท และ 7000 บาทสำหรับประธานกรรมการตรวจสอบ
ประธานแถลงต่อที่ประชุมว่า ค่าตอบแทนที่บริษัทฯ กำหนดให้คณะกรรมการอิสระ ถ้ามีการเปรียบเทียบจะน้อยกว่าบริษัทมหาชนอีกหลาย ๆ แห่ง พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณคณะกรรมการอิสระทั้งสามท่าน ที่ได้ให้เกียรติมาเป็นกรรมการอิสระและเป็นกรรมการตรวจสอบ และขอยืนยันว่าท่านทั้งสามได้ทำหน้าที่อย่างอิสระ และมีข้อคิดเห็นในเรื่องการตรวจสอบมาให้ผู้บริหารทราบเป็นระยะ บริษัทฯ ได้มีการนำข้อคิดเห็นและข้อแนะนำ ของท่านทั้งสามมาทำการปรับปรุงระบบการตรวจสอบของบริษัทฯ เป็นอย่างดีทุกปี ในฐานะส่วนตัวมีความซาบซึ้งกรรมการอิสระเป็นอย่างยิ่ง
ประธานเสนอ ให้ที่ประชุมลงมติอนุมัติ โดยใช้วิธี Voting cards
ที่ประชุมรับทราบมีมติ พิจารณาพิจารณาและอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการอิสระประจำปี 2551
ตามความเห็นของคณะกรรมการ ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ ดังนี้
อนุมัติ 44 ราย จำนวน 10,959,022 เสียง คิดเป็นร้อยละ 99.98
ไม่อนุมัติ - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ -
งดออกเสียง 1 ราย จำนวน 1,900 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.02
วาระที่ 8: เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
ขณะรอผลการลงคะแนนหรือมติในวาระต่าง ๆ ประธานได้ชี้แจงเพิ่มเติม
- ผลประกอบการหรือยอดขายของบริษัทฯ ในเรื่องของรายได้จากการขายมีการเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี
- ปัญหาธุรกิจของบริษัทฯ เหมือนกับหลายอุตสาหกรรม คือ เรื่องการควบคุมต้นทุนหรือ Gross Margin ผลกำไรเบื้องต้น ซึ่งเกิดขึ้นหรืออาจได้รับผลกระทบจากหลาย ๆ ด้าน เช่น ต้นทุนจากปีที่ผ่านมาบริษัทฯ มีปัญหามากในเรื่องวิถีการน้ำมันที่ขึ้นไม่หยุดยั้ง ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบไม่มีโอกาสลดลง ขณะนี้มีการชะลอตัวและรอการขึ้นในครั้งต่อไป บริษัทฯ จำเป็นจะต้องหาวิธีลดต้นทุนหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เพื่อสามารถแข่งขันได้ตลอดเวลา ทำให้ผู้บริหารของบริษัทฯ ต้องทำงานกันอย่างเต็มความสามารถ และบริษัทฯ มีอีกช่องทางหนึ่งในการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ โดยการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ซึ่งทุก ๆ ปีจะมีการเพิ่ม value add ของ product ประมาณ 2- 3 ตัวตลอดมา รวมถึงการส่งออกซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้บริษัทฯ ยังยืนอยู่และไปด้วยดีท่ามกลางวิกฤตการณ์ เนื่องจากความเชื่อถือในสัญลักษณ์หรือในองค์กรที่ทำให้บริษัทฯ สามารถ charge premium คือ มีราคาสูงกว่าคู่แข่ง 5 7 เปอร์เซ็นต์ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นที่ยอมรับของลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ ทำให้บริษัทฯ ได้เปรียบในเรื่องของรายได้หรือผลกำไรที่เพิ่มขึ้นถ้าเทียบกับคู่แข่ง และทำให้บริษัท ยังคงมีจุดยืนในการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพสูงขึ้น
-
การแข่งขันเรื่องราคา บริษัทฯ พยายามหลีกเลี่ยงมากที่สุด เพราะในที่สุดก็จะประสบปัญหาขาดทุน ดังในปีที่ผ่านมา มีคู่แข่ง 2 รายที่ต้องล้มเลิกหรือปิดกิจการไป เนื่องจากคำนึงถึงการแข่งขันในเรื่องราคามากเกินไป โดยไม่ได้ใช้เวลามาพัฒนาสินค้า อย่างไรก็ตาม บริษัท ไทยโพลีอะคริลิค จำกัด (มหาชน) ยังคงมีความภาคภูมิใจที่ยังคงยึดหลักการในการดำเนินธุรกิจต่อไป
ประธานตอบข้อซักถามถึงจำนวนโรงงานที่เป็นหลักใหญ่ของธุรกิจอะคริลิคในประเทศไทย ในปัจจุบันมีประมาณ 4 บริษัท
1. บริษัท ซูมิเพล็ก (ประเทศไทย) จำกัด
2. บริษัท แพนเอเชีย
3. บริษัท ไททัน
4. บริษัท ไทยโพลีอะคริลิค จำกัด (มหาชน)
บริษัท ไทยโพลีอะคริลิค จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตแผ่นอะคริลิครายเดียวในประเทศไทย ที่มีทั้ง 2 ระบบ คือ ระบบหล่อ และระบบเครื่องรีด จึงทำให้บริษัทฯ มีความหลากหลายหรือ product range มากกว่าผู้อื่น ซึ่งถือได้ว่าเป็นโล่สำคัญของบริษัทฯ
ประธานตอบข้อซักถามของผู้เข้าร่วมประชุม ถึงปัญหาการขาดตลาดของน้ำยา MMA ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะ
ผู้ผลิต MMA รายใหญ่ โดยเฉพาะ Lucite International มีการขยายกำลังการผลิตมากขึ้น ล่าสุดมีการลงทุนที่ประเทศสิงคโปร์อีกแสนกว่าตัน รวมถึงสาเหตุการใช้น้ำยา MMA ของบริษัท Thai MMA เพื่อประหยัดในการขนส่ง ส่วนปัญหาทางด้านคุณภาพไม่มี เพราะได้ผ่านการตรวจสอบแล้ว
ผู้เข้าร่วมประชุม กล่าวชมเชยบริษัทฯ ว่าให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามได้ดีและมากที่สุด พร้อมทั้งสอบถามเรื่องการขอเข้าเยี่ยมชมโรงงาน
ประธานนำเสนอว่า ถ้าผู้ถือหุ้นประสงค์จะเข้ามาเยี่ยมชมโรงงาน บริษัทยินดีและสามารถติดต่อได้ที่คุณมัสยา
รุ่งเรือง หรือทาง Web site ของบริษัทฯ
ที่ประชุมรับทราบและไม่มีผู้ใดซักถาม
หลังจากนั้นประธานจึงชี้แจงผลลงคะแนนให้ผู้ถือหุ้นรับทราบ ซึ่งมีมติเป็นเอกฉันท์ตามที่ปรากฏในแต่ละวาระด้านบน และกล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านที่ให้เกียรติลงคะแนนเสียงสนับสนุนคณะกรรมการในการประชุมครั้งนี้
ปิดประชุมเวลา 10.45 น.
(นายสุจิตร ศรีเวทย์บดี)
กรรมการผู้จัดการ
ทำหน้าที่ในนามประธานคณะกรรมการ
(นางมัสยา รุ่งเรือง)
บันทึกการประชุม
(นายสุจิตร ศรีเวทย์บดี)
กรรมการผู้จัดการ
ทำหน้าที่ในนามประธานคณะกรรมการ
(นางมัสยา รุ่งเรือง)
บันทึกการประชุม
รับรองสำเนาถูกต้อง
(นายสุจิตร ศรีเวทย์บดี) (นายธเนตร ขำเชิดชูไชย
กรรมการ กรรมการ