เพิ่มเติมแก้ไข นโยบาย กำกับดูแลกิจการ
13 มิ.ย. 2551



ในปี 2551 นี้ บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกรายเสนอเพิ่มวาระการประชุมหรือความคิดเห็นใดๆ รวมถึงการเสนอชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทผ่านทาง เว็บไซท์www.thaipolyacrylic.com หรืออีเมลล์แอ็ดเดรส masaya.rungrueng@lucite.com
นโยบายการกำกับดูแลกิจการ
12 พ.ค. 2551



นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ดำเนินธุรกิจให้เป็นไปในทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นและสร้างความเป็นธรรมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์สินค้าและบริการที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า

คณะกรรมการบริษัทได้ใช้หลักบรรษัทภิบาลเป็นบรรทัดฐานในการควบคุมการบริหารจัดการธุรกิจให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของผู้ถือหุ้นของบริษัท ผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้ง สังคมและชุมชนที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่

เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการข้างต้น บริษัทจึงได้กำหนดเป็นนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทในทิศทางเดียวกันกับที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดในปี 2549 โดยได้มีการแบ่งหมวดหมู่ออกเป็น 5 หมวด ดังนี้

1. สิทธิของผู้ถือหุ้น

สิทธิของผู้ถือหุ้นครอบคลุมสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ ทั้งในฐานะนักลงทุนในหลักทรัพย์และในฐานะเจ้าของบริษัท เช่น สิทธิในการซื้อ ขาย โอนหลักทรัพย์ที่ตนถืออยู่ สิทธิในการที่จะได้รับเงินปันผล สิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิในการแสดงความคิดเห็นหรือตั้งคำถามใดๆในการประชุมผู้ถือหุ้น รวมถึงสิทธิในการร่วมตัดสินใจในเรื่องสำคัญของบริษัท เช่น การเลือกตั้งกรรมการ และการเสนอแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อบังคับของบริษัท เป็นต้น

2. ความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการบริษัทคำนึงถึงการสร้างความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นกับถือหุ้นทุกรายทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้ถือหุ้นรายย่อย นักลงทุน หรือสถาบันการลงทุนของต่างประเทศ ดังนั้นคณะกรรมการบริษัทจึงได้สร้างเครื่องมือที่จะช่วยให้เกิดความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทุกฝ่ายโดยเฉพาะกับผู้ถือหุ้นรายย่อย เช่น

- การกำหนดให้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมเป็นไปตามจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นถือแต่ละรายถืออยู่ โดยหนึ่งหุ้นมี สิทธิเท่ากับหนึ่งเสียง

- คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้กรรมการอิสระเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายย่อย โดยสามารถเสนอแนะ แสดงความคิดเห็นหรือข้อร้องเรียนใดๆที่เป็นเรื่องของบริษัทฯไปยังกรรมการอิสระ โดยที่กรรมการอิสระจะเป็นผู้พิจารณา ตรวจสอบและดำเนินการตามที่เห็นเหมาะสมในแต่ละเรื่อง หาก เรื่องใดที่กรรมการอิสระพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลต่อผู้ผู้ถือหุ้นหรือมีผลต่อการประกอบ ธุรกิจของบริษัท กรรมการอิสระก็จะดำเนินการแจ้งให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบ หรือกรรมการอิสระ อาจจะเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณากำหนดเป็นวาระการประชุมในการประชุมผู้ถือ หุ้นเพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้นรับทราบพร้อมแนวทางที่ทางกรรมการอิสระได้ดำเนินการแก้ไขกับเรื่องนั้นๆ

- บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกรายสามารถเสนอวาระการประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้นไปยังกรรมการอิสระผ่านทาง เว็บไซท์ www.thaipolyacrylic.com หรือ masaya.rungrueng@lucite.com

- คณะกรรมการบริษัทมีการกำหนดมาตรการในการควบคุมและป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง โดยเฉพาะบุคคลในองค์กรที่เกี่ยวข้องได้แก่ กรรมการบริษัท ผู้บริหารระดับสูง และพนักงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล รวมทั้งคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว เช่นในกรณีที่กรรมการบริษัทหรือผู้บริหารระดับสูงมีการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทจะต้องรายงานการถือหลักทรัพย์ภายใน3วันทำการให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ทราบ เพื่อเปิดเผยต่อสาธารณะต่อไป

- คณะกรรมการบริษัทจะจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีภายในสี่เดือนนับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชีของบริษัท และดูแลให้มีการจัดส่งหนังสือนัดประชุมและวาระการประชุมที่มีความเห็นของคณะกรรมการในแต่วาระที่บรรจุเข้าในการประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมเอกสารประกอบอย่างเพียงพอให้แก่ผู้ถือหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศให้ทันตามกำหนดเวลา รวทั้งการนำส่งข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการประชุม เช่น รายงานประจำปี หนังสือมอบฉันทะ รวมทั้งการแจ้งให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบรายละเอียดของมาตรการต่างๆที่จะใช้ระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้มีเวลาเพียงพอในการศึกษาเอกสาร ข้อมูล และมาตรการหรือระเบียบการต่างๆก่อนที่จะเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้น

ในวันประชุมผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นทุกท่านมีสิทธิโดยเท่าเทียมกันในการแสดงความคิดเห็นเสนอแนะหรือตั้ง คำถามในวาระต่างๆ ในระหว่างที่ดำเนินการประชุม

นอกเหนือจากการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีแล้ว คณะกรรมการบริษัทอาจจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญได้ตามที่เห็นสมควร ในทำนองเดียวกันผู้ถือหุ้นสามารถร้องขอให้มีการเรียกประชุมวิสามัญได้ โดยการร่วมเข้าชื่อและทำเป็นเอกสารลายลักษณ์อักษรโดยทำให้ถูกต้องตามข้อบังคับของบริษัท ซึ่งบริษัทจะต้องจัดให้มีการประชุมผ็ถือหุ้นวิสามัญภายในหนึ่งเดือนนับจากวันที่ได้รับเอกสารการร้องขอจากผู้ถือหุ้น

3. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน โดยการบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจของบริษัทไม่ว่าเรื่องใดๆ จะต้องไม่กระทบสิทธิหรือสร้างความเสียหายต่อผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า เจ้าหนี้ คู่แข่งขัน ชุมชนและสังคม

a. ผู้ถือหุ้น : นอกจากสิทธิขั้นพื้นพื้นฐานที่กำหนดไว้ตามกฎหมายและสิทธิต่างๆ ตามที่บริษัทกำหนดไว้ในหัวข้อสิทธิของผู้ถือหุ้นข้างต้นแล้ว บริษัทยังได้ให้สิทธิผู้ถือหุ้นในการเสนอแนะข้อคิดเห็นต่างๆ เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทในฐานะเจ้าของบริษัทผ่านกรรมการอิสระของบริษัท โดยคณะกรรมการอิสระ จะพิจารณากลั่นกรองทุกเรื่องด้วยความรอบคอบและถือเป็นความลับ ก่อนที่จะเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทต่อไป

b. พนักงาน : บริษัทถือว่าพนักงานเป็นทรัพยากรที่สำคัญยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมายของบริษัท และมีการ พัฒนาพนักงานให้มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พนักงานจะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ทั้งในด้านผลตอบแทนและสวัสดิการของพนักงานเช่นการให้สวัสดิการในการรักษาพยาบาล การจัด กองทุนสวัสดิการพนักงาน รวมถึงการจัดการสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยและ สุขอนามัย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายดังกล่าว บริษัทได้จัดทำคู่มือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เสมือนหนึ่งเป็นกลไกให้พนักงานทุกคนสามารถแจ้งหรือร้องเรียนเรื่องใดๆของภายในองค์กรที่เกี่ยวกับ การกระทำผิดที่ผิดกฎหมาย ผิดต่อจรรยาบรรณ หรือการไม่ได้รับความเป็นธรรม

c: ลูกค้า : บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะให้ผู้ใช้สินค้าและบริการได้รับประโยชน์สูงสุดทั้งด้านคุณภาพสินค้า และบริการในราคาที่เหมาะสม ลูกค้าจะได้รับข่าวสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการอย่างเพียงพอ รวมถึงวิธีการร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าและบริการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด

d. เจ้าหนี้ : บริษัทจะสร้างและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าหนี้เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและไว้วางใจ ด้วย การยึดมั่นต่อข้อตกลงใดๆที่ได้ทำไว้ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามพันธกรณีใดๆ ที่ได้ทำไว้กับ เจ้าหนี้

e. คู่แข่งทางการค้า : บริษัทจะพึงปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้าภายใต้กรอบของกฎหมายและหลักการทางการค้าที่เป็นที่ยอมรับทั่วไป บริษัทจะดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในกรอบของการค้าที่เป็นธรรม และไม่ดำเนินการใดๆที่เอาเปรียบคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย f: ชุมชนและสังคม : บริษัทจะยังคงดำเนินธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคมและชุมชมที่บริษัทตั้งอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มโอกาสในการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของเยาวชน ทั้งด้านกีฬา การสรรค์สร้างนวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงาน ราชการในการป้องกันการดำเนินการใดๆที่อาจเป็นอันตรายหรืออาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนและสังคมโดยส่วนรวม

4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

นอกเหนือจากการเปิดเผยรายงานทางการเงินหรือสารสนเทศอื่นๆ ต่อสาธารณชนผ่านช่องทางต่างๆตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยรายงานดังกล่าวต้องถูกต้องเรียบร้อยและเพียงพอ และเป็นข้อมูลปัจจุบัน ซึ่งบริษัทจะได้เปิดเผยข้อมูลต่อไปนี้ เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ คือ

a. เปิดเผยข้อมูลการปฏิบัติหน้าที่ในคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ เช่น จำนวนครั้งของการประชุม

b. รายงานนโยบายการกำกับดูแลกิจการและผลการปฏิบัติงานตามนโยบาย

c. เปิดเผยนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการและผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งรูปแบบ ลักษณะและจำนวนค่าตอบแทนที่แต่ละคนได้รับจากการเป็นกรรมการในคณะกรรมการแต่ละชุด

d. เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไป รวมถึงชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ซักถามข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับบริษัทผ่าน ทางเว๊บไซด์ของบริษัท กรรมการผู้จัดการ หรือผู้บริหารที่ได้รับมอบอำนาจ เพื่อการนัดหมายในการพบปะกัน

e. เนื่องจากกรรมการบริษัทบางท่านมีแหล่งพำนักอยู่ต่างประเทศอาจพิจารณาส่งตัวแทนที่ได้รับมอบ อำนาจท่านใดท่านหนึ่งมาเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นได้ แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมการถือเป็นนโยบายให้ กรรมการบริษัททุกท่านเข้าร่วมประชุมทุกครั้งที่มีวาระสำคัญ เช่น การพิจารณาและอนุมัติแผนการลงทุน และขยายกิจการของบริษัท การพิจารณาผลการดำเนินงานและงบการเงินประจำปี เป็นต้น

5. โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบคณะกรรมการบริษัท และ คณะอนุกรรมการชุดย่อยต่างๆ

5.1 โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วย กรรมการบริษัทในจำนวนที่เหมาะสมกับขนาดของกิจการ ประกอบด้วยกรรมการบริษัทที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน 11 คนและกรรมการที่มีคุณสมบัติเป็นกรรมการอิสระจำนวน 3 คน และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจำนวน 2 คน โดยการสรรหากรรมการบริษัทกระทำในที่ประชุมผู้ถือหุ้น

5.2 ประธานกรรมการบริษัทและกรรมการผู้จัดการ บริษัทได้แบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างประธานกรรมการบริษัทและกรรมการ ผู้จัดการอย่างชัดเจน โดยประธานกรรมการบริษัทเป็นผู้กำหนดนโยบายนโยบายและกำกับดูแลการดำเนินงานของผู้บริหารระดับสูงในระดับนโยบาย ขณะที่กรรมการผู้จัดการและผู้บริหารของบริษัทมีหน้าที่บริหารงานของบริษัทในด้านต่างๆ ให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด ดังนั้น ประธานกรรมการบริษัท และกรรมการผู้จัดการจึงเป็นบุคคลคนละคนกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานของทั้งสองฝ่ายเป็นอิสระต่อกัน

บริษัทไม่ได้เลือกกรรมการอิสระท่านใดท่านหนึ่งมาดำรงตำแหน่งประธานกรรรมการบริษัทตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศกำหนดไว้ แต่กรรรมการอิสระสามารถแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระต่อคณะกรรมการบริษัท

5.3 คณะอนุกรรมการชุดย่อย

เพื่อให้เหมาะกับโครงสร้างของคณะกรรมการของบริษัท บริษัทจึงได้มอบหมายให้คณะกรรมการอิสระทั้งสามท่านทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อคณะกรรมการบริษัทโดยตรง

คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำกับดูแล ทบทวนและประเมินการดำเนินธุรกิจให้ บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของทางการตลอดจนกฎระเบียบและกฎข้อบังคับว่าด้วยเรื่องจรรยาบรรณ นอกจากนี้คณะกรรมการตรวจสอบ ยังมีความรับผิดชอบในการดูแล และการพัฒนาการจัดทำรายงานทางการเงินและระบบการรายงานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และยังมีหน้าที่ในการดูแลและทบทวนระบบการควบคุมและการตรวจสอบตลอดจนระบบการบริหารความเสี่ยงของบริษัทว่ามีระบบที่ดีเพียงพอ ทันสมัยและมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ

บริษัทไมได้กำหนดให้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการอื่นๆเช่น คณะกรรมการสรรหา หรือคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดไว้ เนื่องจากคณะกรรมการบริษัทเห็นว่างานคณะกรรมการ บริษัทสามารถรับหน้าที่งานในส่วนดังกล่าวได้

คณะกรรมการตรวจสอบ สามารถทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างอิสระโดยอาจมอบหมายหรือกำกับดูแลให้ผู้ตรวจสอบภายใน ทำการตรวจสอบระบบทุกระบบ และสามารถนำเสนอข้อคิดเห็นใดอย่างเต็มที่ต่อคณะกรรมการบริษัท นอกจากนี้คณะกรรมการตรวจสอบสามารถหารือร่วมกับผู้สอบบัญชีและผู้บริหารระดับสูงในเรื่องต่างๆของบริษัท หรืออาจใช้บริการของที่ปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาอาชีพต่างๆตามความเหมาะสม เช่นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการบัญชี เป็นต้น

5.4 หน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบายและวัตถุประสงค์ของบริษัท รวมถึงการทบทวนแผนกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจในความเจริญเติบโตขององค์กรรวมทั้งการดำเนินกิจการที่มีประสิทธิภาพ และมีขีดความสามารถในการแข่งขันกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะการแข่งขันของโลกอยู่เสมอ นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังมีหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ภาพรวมของการดำเนินงาน และการดูแลระบบการบริหารความเสี่ยง รวมถึงการปฏิบัติตามนโยบายการกำดับดูแลกิจการ เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทมีความต่อเนื่องในการพัฒนาระบบและการดำเนินการสอดคล้องกับมาตรฐานสากล กรรมการบริษัทต้องเป็นผู้อุทิศเวลาและทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการบริหารจัดการเพื่อประโยชน์ของบริษัทโดยรวมเป็นสำคัญ และให้ความสำคัญในเรื่องการรักษาผลประโยชน์ของบริษัทโดยไม่แสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือการกระทำการใดๆที่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของบริษัท ซึ่งหน้าที่สูงสุดของคณะกรรมการบริษัทก็คือการดูแลความมีเสถียรภาพและการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท ตลอดจนการรักษาสมดุลยภาพและความต่อเนื่องเพื่อผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียรวมทั้งผู้ถือหุ้นของบริษัท เป็นสำคัญ

5.5 คุณสมบัติกรรมการบริษัทและการสรรหา

คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทแทนกรรมการที่ออกตามวาระหรือด้วยเหตุผลใดก็ตาม โดยการพิจารณาและเสนอรายชื่อต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยผู้ที่ถูกเสนอชื่อนั้นจะต้องมีคุณสมบัติสูง ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญในงานสาขาต่างๆ มีวิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำ ความรู้ความสามารถ และมีประวัติดีทางด้านศีลธรรมและ จริยธรรม และมีขีดความสามารถในการทำหน้าที่ของตนเยี่ยงมืออาชีพ

5.6 วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัท รวมถึงกรรมการอิสระมีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปีนับแต่วันแต่งตั้ง และ กรรมการบริษัทหนึ่งในสามจะต้องออกจากตำแหน่งตามข้อบังคับของบริษัท อย่างไรก็ตาม กรรมการบริษัทที่ครบวาระดำรงตำแหน่ง อาจได้รับการพิจารณาเสนอชื่อต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทต่อเนื่องได้ และเมื่อมีกรรมการบริษัทคนใดพ้นจากตำแหน่ง หรือมีเหตุใดที่กรรมการบริษัทไม่สามารถอยู่ได้จนครบวาระ ให้ผู้ที่ได้รับตำแหน่งแทนอยู่ใน ตำแหน่งนั้นเพียงเท่าวาระของกรรมการบริษัทที่พ้นจากตำแหน่งเหลืออยู่

5.7 ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัท

กรรมการบริษัทไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆในรูปของผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้น ในการเข้ามาเป็นกรรมการบริษัท ยกเว้นกรรมการอิสระและกรรมการบริหารเท่านั้น ซึ่งกรรมการอิสระจะได้รับค่าตอบแทนกรรมการประจำปีและเบี้ยประชุมที่ได้พิจารณาว่าเหมาะสมเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมในหมวดเดียวกัน ประธานกรรมการและกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณาค่าตอบแทนของกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูง โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานส่วนบุคคล และ จากภาพรวมของผลประกอบของบริษัทประจำปีเปรียบเทียบกับเป้าหมายประจำปีที่กำหนดไว้ในแต่ละปีเป็นสำคัญ

5.8 การบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการเป็นผู้กำหนดนโยบายต่างๆและจัดทำระบบการจัดการความเสี่ยงเพื่อป้องกันและบริหารจัดการความเสียงต่างๆที่ได้กำหนดในแผนการจัดการ ระบบการจัดการความเสี่ยงดังกล่าวใช้ในทุกหน่วยงานของบริษัท พร้อมการจัดระบบการติดตาม การวิเคราะห์ การเทียบมาตรฐาน และการประเมินการจัดการความเสี่ยง รวมทั้งระบบการตรวจสอบ และเพื่อความมั่นใจว่าบริษัทได้มีการดำเนินการด้านการบริหารความเสี่ยง และมีประสิทธิภาพในการดำเนินการที่ดี และเหมาะสม คณะกรรมการบริษัทจึงได้มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้มีหน้าที่กำกับดูแลระบบการตรวจสอบ ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบจะมีการจัดทำรายงานความคืบหน้าของการดำเนินการบริหารความเสียงให้คณะกรรมการรับทราบอย่างต่อเนื่อง

5.9 การประเมินผลคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทมีการประเมินผลตนเองและบันทึกผลการประเมินในรายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัท โดยที่คณะกรรมการได้พิจารณาแล้วว่าเห็นว่ายังไม่จำเป็นใดๆที่จะนำผลการประเมินดังกล่าวเปิดเผยต่อสาธารณะในขณะนี้

นายไซ จิน ลู

ประธานกรรมการบริษัท

รายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 24/2551
8 พ.ค. 2508



บริษัท ไทยโพลีะคริลิค จำกัด (มหาชน)

รายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 24/2551

วันที่ 25 เมษายน 2551 เวลา 10.00 น.

บริษัท ไทยโพลีอะคริลิค จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 24/2551 ในวันที่ 25 เมษายน 2551 เวลา 10.00 น. ณ โรงแรม รอยัลซิตี้ ห้องอรุณอัมรินทร์ ชั้น 2 ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

กรรมการที่เข้าร่วมประชุม จำนวน 7 ท่าน

1. นายสุจิตร ศรีเวทย์บดี กรรมการ และกรรมการผู้จัดการ ทำหน้าที่เป็น ประธานในที่ประชุม

2. นายธเนตร ขำเชิดชูไชย กรรมการ และผู้อำนวยการฝ่ายการค้าและพาณิยช์

3. นายเสรี ศักดิ์สวัสดิ์ ประธานกรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระ

4. นายสรศักดิ์ สุชาติ กรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระ

5. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วัธนี พรรณเชษฐ์ กรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระ

6. นาย เล ชุง เลียว กรรมการ

7. นาย โจนี่ แมทที ทาบีโอ อาซิคายเน็น กรรมการ

ผู้บริหารที่เข้าร่วมประชุม จำนวน 5 ท่าน

1. นางสาวสมจิตร บุญพิบูลย์มิตร ผู้จัดการฝ่ายบัญชี และการเงิน (รักษาการ)

2. นายพงษ์สิน ม่วงศรี ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม / ระบบงาน

3. ดร.นิพนธ์ ศรีทองอินทร์ ที่ปรึกษาทางกฎหมายของบริษัทฯ

4. นายธนวัฒน์ กุลประเสริฐรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยการบุคคลและกฎหมาย

5. นางมัสยา รุ่งเรือง เลขานุการ ฯ

ผู้สอบบัญชีที่เข้าร่วมประชุม จำนวน 1 ท่าน

1. นายวิเชียร กิ่งมนตรี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 3977 จากบริษัท ไพร์ซ์วอเตอร์เฮาร์ส คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด

ประธานกล่าวขอบคุณ ผู้ถือหุ้นที่มาร่วมประชุมในครั้งนี้ ซึ่งมีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองและโดยการรับมอบฉันทะรวมทั้งสิ้น 45 ท่าน (หลังจากที่ประธานได้แจ้งจำนวนผู้ถือหุ้นไปแล้วได้มีผู้ถือหุ้นเพิ่มมาอีก 1 ท่านจากเดิม 44 ท่าน) รวมเป็นจำนวนหุ้นทั้งสิ้น 10,960,922 หุ้น คิดเป็น 90.21 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนหุ้นทั้งหมด แบ่งเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจตามหนังสือมอบฉันทะจำนวนทั้งสิ้น 34 ท่าน คิดเป็นจำนวนหุ้น 10,821,722 หุ้น คิดเป็น 89.07 เปอร์เซ็นต์ และผู้ที่มาร่วมประชุมด้วยตนเอง 11 ท่าน คิดเป็นจำนวนหุ้น 139,200 หุ้น คิดเป็น 1.15 เปอร์เซ็นต์

ประธาน ได้แถลงต่อที่ประชุมถึงกติกาในการ vote คะแนนเสียง "เห็นชอบด้วย" หรือ "ไม่เห็นชอบด้วย" หรือ "ไม่ประสงค์ออกคะแนนเสียง" โดยขอให้ผู้ถือหุ้นใช้ voting cards ที่บริษัทฯ จัดทำให้ผู้ถือหุ้นในการออกเสียง เฉพาะวาระที่ขอให้ที่ประชุมลงมติอนุมัติ ซึ่ง voting cards ดังกล่าวจะมี 3 ช่อง ทำเครื่องหมายตามมติที่ท่านผู้เข้าร่วมประชุมประสงค์จะออกคะแนนสียงในแต่ละวาระดังนี้

ช่องสีแดง หมายถึง ไม่เห็นชอบด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการ หรือ การไม่อนุมัติ

ช่องสีเขียว หมายถึง เป็นการลงมติเห็นชอบกับความเห็นของคณะกรรมการ หรือ การอนุมัติ

ช่องสีเหลือง หมายถึง ผู้ที่ไม่ประสงค์จะออกคะแนนเสียงในวาระนั้นๆ หรือ การงดออกเสียง

กติกาในการลงมติ จะถือ “หนึ่งหุ้นเท่ากับหนึ่งเสียง” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้มีโอกาสในการใช้สิทธิ์ จะใช้เวลาเพียง 1 – 2 นาที ให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ลงมติอย่างอิสระด้วยการทำเครื่องหมายลงใน voting cards ที่บริษัทจัดให้ในแต่ละวาระ จากนั้น เจ้าหน้าที่บริษัทฯ จะทำการรวบ รวม voting cards เพื่อรวมคะแนนตามวาระที่ประชุมมีการลงมติ และจะแจ้งผลการออกคะแนนเสียงแต่ละวาระดังกล่าวสรุปตอนท้ายของการประชุมว่าที่ประชุมได้มีมติ อนุมัติ ไม่อนุมัติ หรืองดออกเสียง ในแต่ละวาระเป็นอย่างไร ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใสและเป็นหลักฐานใน การตรวจสอบได้ต่อไป

สำหรับวาระที่มีการขอมติในการลงคะแนนเสียง ดังนี้

วาระที่ 3 พิจารณาอนุมัติงบการเงินของบริษัทประจำปี 2550

วาระที่ 4 พิจารณาจัดสรรกำไรและเงินปันผลประจำปี 2550

วาระที่ 5 พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีประจำปี 2551

วาระที่ 6 พิจารณาเลือกตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ออกตามวาระ

วาระที่ 7 พิจารณาและอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการอิสระประจำปี 2551

ไม่มีผู้เข้าร่วมประชุมทักท้วงหรือคัดค้านแต่อย่างใด

ประธานได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาตามระเบียบวาระต่างๆ ดังนี้ วาระที่ 1: พิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 23/2550 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2550 ประธานขอให้ที่ประชุมพิจารณาตามความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรที่จะรับรองบันทึกรายงานการประชุม ครั้งที่ 23/2550 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2550 โดยสำเนารายงานการประชุมดังกล่าว ได้จัดส่งไปยังผู้ถือหุ้นพร้อมคำบอกกล่าวเรียกประชุมในครั้งนี้

ไม่มีผู้เข้าร่วมประชุมทักท้วงหรือขอให้แก้ไขรายงานการประชุมเป็นอย่างอื่น

ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติรับรองรายงานการประชุม

วาระที่ 2: Business Performance: ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปีที่ผ่านมา ประธานแถลงต่อที่ประชุม เรื่องผลการดำเนินงานสำหรับปี 2550 พร้อมทั้งนำสถิติการเติบโตของบริษัทฯมาชี้แจงดังนี้

(1) บริษัทฯ ยังคงรักษาสถิติในการทำงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง ผ่านสถิติที่ไม่มีอุบัติเหตุในการทำงานที่มีการบาดเจ็บ หรือ Classified Injury มากกว่า 3,307 วันทำการ นับตั้งแต่มีอุบัติเหตุครั้งสุดท้ายในเดือนมีนาคม 2542

(2) บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานในปี 2550 ซึ่งมียอดขายทั้งสิ้น 1,405 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย 1,316 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7% ซึ่งนับว่าบริษัทยังคงสามารถเพิ่มรายได้มากขึ้นในภาวการณ์แข่งขันที่รุนแรงและสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มอ่อนตัวลงจากปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะประสบปัญหาสภาวะทางการเมือง มีการรัฐประหารเกิดขึ้นในเดือนกันยายน สภาพเศรษฐกิจในประเทศมีการชะลอตัว รวมถึงการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่แข็งตัวและเงิน US ดอลล่าห์ที่อ่อนตัวลงอย่างมาก รวมถึงการผันผวนทางด้านต้นทุนมีการชะลอตัวของอุปสงค์ (Demand) และมีการแข่งขันในประเทศสูงมากขึ้น

การตัดราคา บริษัทฯ จำเป็นที่จะต้องรักษาส่วนแบ่งการตลาด โดยการป้องกันส่วนแบ่งการตลาดของอะคริลิคและส่วนแบ่งตัวอื่นที่จำหน่ายในประเทศ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้กำไรเบื้องต้นลดลงจาก 20 เปอร์เซ็นต์ เหลือประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์ และภาวะการชะลอตัวอย่างมากของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะตู้เย็นที่บริษัทเคยมีสัดส่วนการขายแผ่น ABS และ HIPS สูงมากในปีก่อน ๆ ก็มีการชะลอตัว ทำให้การจำหน่ายหรือรายได้จากการขายของแผ่น ABS และ HIPS ในปีที่ผ่านมาลดลง

ฉะนั้น กำไรสุทธิก่อนหักภาษีเงินได้ ของปี 2550 ลดลงมากจากปีที่ผ่านมา จาก 140.1 ล้านบาท เป็น 77.4 ล้านบาท หรือลดลงเท่ากับ 62.7 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 44.8 เปอร์เซ็นต์ โดยมี 2 สาเหตุหลักคือ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขาย อันเนื่องมาจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นในขณะที่ราคาขายสินค้าลดต่ำลง อันเป็นผลมาจากภาวการณ์แข่งขันด้านราคากับคู่แข่ง และความแข็งค่าของเงินบาทที่กระบทบต่อรายได้ของกการส่งออกต่างประเทศ

ในปีที่ผ่านมามีส่วนขาดทุนจากอัตราแลก เปลี่ยนเพียง 1.7 ล้านบาท น้อยกว่าปี 2550 เนื่องจากบริษัทฯ ได้มีการเตรียมการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้แล้ว

(3) กำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้ของบริษัทฯ ประจำปี 2550 จำนวนเงินทั้งสิ้น 50.15 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 109.68 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้นของปี 2550 ที่ 4.13 บาท เทียบกับปี 2549 ที่ 9.03 บาท

นอกจากผลประกอบการดังกล่าวข้างต้นแล้ว บริษัทประสบผลสำเร็จในเรื่องการเพิ่มกำลังการผลิตแผ่นอะคริลิคได้ตามเป้าหมายที่ 10,000 ตัน ซึ่งเพิ่มจากปีก่อนที่ 9,000 ตัน

ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ดำเนินการผลิตเต็มกำลังการผลิตแล้ว คาดว่าไม่สามารถขยายกำลังการผลิตเพิ่มจากสายการผลิตในปัจจุบันได้อีก และแนวโน้มตลาดในต่างประเทศก็มีการขยายฐานลูกค้าไปมาก ทั้งนี้ทางฝ่ายบริหารได้มีการศึกษาและหารือ พร้อมทั้งเตรียมนำเสนอแผนการเพิ่มกำลังการผลิตแผ่นอะคริลิคอีก 5,000 ตัน เพื่อรองรับกับปริมาณความต้องการที่คาดว่าจะสูงขึ้นอีกทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

ในปีที่ผ่านมา ธุรกิจในส่วนของสายการผลิตแผ่นพลาสติกระบบ Extrusion นับว่าได้รับผลกระทบมากมีการชะลอตัวของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศ ซึ่งมีผลกระทบต่ออุปสงค์ของ ABS และ HIPS ดังนั้นบริษัทฯ จึงพยายามที่จะเพิ่มช่องทางจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือ พยายามขยายตัวในการใช้งานอื่น ๆ ของแผ่น ABS และ HIPS ซึ่งบางส่วนได้บรรลุผลไปมาก เช่น การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่มีความต้องการในการใช้แผ่น ABS และ HIPS สูงมากขึ้น มีการขยายตัวในปีที่ผ่านมาและในไตรมาสแรกของปีนี้ประมาณ 16 – 17 เปอร์เซ็นต์

การพัฒนาสินค้าใหม่ ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ มีความสำเร็จในการทดลองสินค้าในระบบเครื่องรีดชนิดใหม่ คือ แผ่น HDPE (High Density Poly Ethylene) ใช้ในการผลิต Auto liner จะมีการทำตลาดร่วมกับลูกค้าหลักต่อไป ในด้านอุตสหากรรมยานยนต์เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่จะหาทางเพิ่มรายได้เพื่อทดแทนในส่วนที่ขาดหายไปของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ถือว่าเป็นแผนงานหนึ่งของบริษัท

จากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยอุปสงค์ของแผ่น ABS/HIPS และพลาสติกทั่วไปได้ลดลงมากตามภาวการณ์ชะลอตัวลงของอุตสาหกรรมตู้เย็นเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัทฯ ได้หาวิธีขยายช่องทางการผลิตและจำหน่ายแผ่นพลาสติกอื่น เพื่อมาชดเชยรายได้การขายในส่วนที่ขาดหายไป โดยเฉพาะเน้นพัฒนา การผลิตแผ่นที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น การผลิต pick up liner และแผ่น patterns ที่มีความหลากหลายมากขึ้น เป็นต้น

รายงานความคืบหน้าของโครงการสร้าง XT Plant ไปที่ เวลโกรว์ จากการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาลบ่อยครั้ง ทำให้ Project การสร้างถนนจากวงแหวนรอบนอก ตัดกับถนนพรานนกยังไม่มีความคืบหน้า จึงเป็นโอกาสที่บริษัทฯ ได้มีเวลาศึกษาช่องทางการขยายว่าอะไรจะเป็นโครง การที่น่าจะส่งผลดีที่สุดในระยะยาว แต่ในระยะสั้น (ในช่วงระยะเวลา 4-5 ปีนี้) บริษัทฯ ยังมีพื้นที่เพียงพอที่จะขยายกำลังการผลิต บริษัทฯ ขอยืนยันว่าผู้บริหารทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญในการขยายโรงงาน แต่ต้องใช้เวลาในการ ศึกษา Option ต่าง ๆ ให้ดีที่สุดและส่งผลประโยชน์ต่อบริษัทได้มากที่สุดในระยะยาว ที่ประชุมรับทราบ

วาระที่ 3: พิจารณาอนุมัติงบการเงินประจำปี 2550 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม2550 ประธานแถลงต่อที่ประชุม เพื่อพิจารณางบดุลและงบกำไรขาดทุน ประจำปี 2550 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550 ซึ่งงบการเงินได้ปรากฏอยู่ในรายงานประจำปี ตามที่ได้จัดส่งไปยังผู้ถือหุ้นพร้อมคำบอกกล่าวเรียกประชุมในครั้งนี้

ความเห็นของคณะกรรมการ : เห็นสมควรรับรองงบการเงินประจำปี 2550 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550 ประธานเสนอ ให้ที่ประชุมลงมติอนุมัติ โดยใช้วิธี Voting cards ที่ประชุมรับทราบมีมติ พิจารณาอนุมัติงบดุล และงบกำไรขาดทุนประจำปี สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550 ตามความเห็นของกรรมการ ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ ดังนี้

อนุมัติ 45 ราย จำนวน 10,960,922 เสียง คิดเป็นร้อยละ 100 ไม่อนุมัติ - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ - งดออกเสียง - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ -

วาระที่ 4: พิจารณาอนุมัติจัดสรรกำไร และเงินปันผลประจำปี 2550 ประธานแถลงเรื่อง การพิจารณาอนุมัติจัดสรรกำไร และเงินปันผลประจำปี 2550 ตามผลการดำเนินงานที่ได้แจ้งให้ทราบในวาระที่ 2

ความเห็นของคณะกรรมการ : เห็นสมควรอนุมัติจัดสรรกำไรและเงินปันผลประจำปี 2550 จากผลการดำเนิน งานที่ได้แจ้งให้ทราบ และปรากฏตามงบการเงินในรายงานประจำปี โดยเสนอจ่ายเงินปันผลประจำปี 2550 ในอัตราหุ้นละ 6 บาท จำนวน 12,150,000 หุ้น รวมจำนวนเงินปันผลทั้งสิ้น 72,900,000 บาท โดยจะทำการจ่ายให้ผู้ถือหุ้น ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2551 และ ทำการปิดสมุดพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผล ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2551 เวลา 12.00 น.

ประธานเสนอ ให้ที่ประชุมลงมติอนุมัติ โดยใช้วิธี Voting cards

ที่ประชุมรับทราบมีมติ พิจารณาอนุมัติจัดสรรกำไร และเงินปันผลประจำปี 2550 ตามความเห็นของคณะกรรมการ ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ ดังนี้

อนุมัติ 45 ราย จำนวน 10,960,922 เสียง คิดเป็นร้อยละ 100 ไม่อนุมัติ - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ - งดออกเสียง - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ -

ประธานได้ชี้แจงให้ผู้เข้าร่วมประชุมรับทราบเรื่อง การจ่ายเงินปันผลในราคาสูง ตามที่ผู้เข้าร่วมประชุม ซักถาม

1. เนื่องจากบริษัทฯ ยังมี cash surplus ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550 อยู่ประมาณ 160 ล้านบาท

2. โครงการต่าง ๆ ที่บริษัทฯ จะดำเนินการ ยังมีขีดความสามารถที่ทำได้โดยการกู้ยืม ซึ่งบริษัทฯ ยังมีสภาพคล่องหรือ ratio หนี้สินต่อทุนน้อยมาก

3. บริษัทยังมีศักยภาพในการขยายการลงทุนโดยใช้ self finance ของตนเองได้ ซึ่งผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะไม่มีการลงทุนต่อนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะบริษัทฯ เล็งเห็นความจำเป็นในการขยายกำลังการผลิตที่มีจำกัดในขณะนี้

4. อัตราการจ่ายเงินปันผลจะคงที่ตลอดไปได้หรือไม่ จะขึ้นอยู่ผลประกอบการและโครงการที่เกิดขึ้นว่าจะต้องใช้เงินในสัดส่วนเท่าไร ซึ่งบริษัทฯ จำเป็นต้องพิจารณาเป็นปี ๆ ไป ถ้ามีการศึกษาประวัติจากปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลสูงทุกปี เนื่องจากบริษัทฯ ยังมีสภาพคล่องที่สามารถทำได้ ประธานเสนอ ให้ที่ประชุมลงมติอนุมัติ โดยใช้วิธี Voting cards

ที่ประชุมรับทราบมีมติ พิจารณาอนุมัติจัดสรรกำไร และเงินปันผลประจำปี 2550 ตามความเห็นของคณะกรรมการ ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ ดังนี้

อนุมัติ 45 ราย จำนวน 10,960,489 เสียง คิดเป็นร้อยละ 100 ไม่อนุมัติ - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ - งดออกเสียง - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ -

วาระที่ 5: พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีประจำปี 2551 ประธานแถลงเรื่อง การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี ประจำปี 2551

ความเห็นของคณะกรรมการ : เห็นควรให้แต่งตั้งบริษัท ไพร์ซ วอเตอร์เฮาร์ส คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทประจำปี 2551 และแต่งตั้งผู้สอบบัญชี ดังมีรายนามต่อไปนี้

(1) นาย วิเชียร กิ่งมนตรี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 3977

(2) นาย ประสิทธิ์ เยื่องศรีกุล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 4174

( 3) นาย สมชาย จินโนวาท ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 3271

โดยกำหนดให้นายวิเชียร กิ่งมนตรี เป็นผู้ทำการตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินของบริษัทฯ และเป็นผู้ลงลายมือชื่อในงบการเงินของบริษัทฯ ซึ่งนายวิเชียร กิ่งมนตรี ได้ทำหน้าที่ผู้ตรวจสอบบัญชีให้กับบริษัทฯ มาแล้วเป็นระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2548 – 2550 ซึ่งถือว่ายังอยู่ในกฎของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะคณะกรรมการ ก.ล.ต. อนุมัติร่างประกาศกำหนดเกณฑ์ให้บริษัทจดทะเบียนต้องเปลี่ยนตัวผู้สอบบัญชี อย่างน้อยทุก 5 รอบปีบัญชี

ทั้งนี้ผู้สอบบัญชีตามรายชื่อที่เสนอมานั้น ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ และไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัท / ผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่แต่อย่างใด และเห็นสมควรกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีในวงเงินไม่เกิน 1,200,000 บาท ประจำ ปี 2551

ประธานเสนอ ให้ที่ประชุมลงมติอนุมัติ โดยใช้วิธี Voting cards

ที่ประชุมรับทราบมีมติ พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีประจำปี 2551 ตามความเห็นของคณะกรรมการ ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ ดังนี้

อนุมัติ 45 ราย จำนวน 10,960,922 เสียง คิดเป็นร้อยละ 100 ไม่อนุมัติ - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ - งดออกเสียง - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ -

วาระที่ 6: พิจารณาเลือกตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ออกตามวาระ ตามข้อบังคับข้อ 2 ของบริษัท ประธาน แถลงเรื่อง การพิจารณาเลือกตั้งกรรมการใหม่ แทนกรรมการที่ออกตามวาระ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับข้อ 2 ของบริษัท

ประธานชี้แจงให้ที่ประชุมทราบถึงประวัติและประสบการณ์ของกรรมการที่ได้รับการเสนอชื่อให้เข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่อีกวาระหนึ่งทั้งสามท่าน ได้มีการนำเสนอในหนังสือรายงานประจำปีและหนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2551 และจาก slides ที่บริษัทฯ นำมาแสดง

ความเห็นของคณะกรรมการ : เห็นสมควรเลือกตั้งกรรมการที่ครบกำหนดออกตามวาระกลับเข้ามาดำรงตำแหน่ง ใหม่อีกครั้ง ดังมีรายนามดังนี้

(1) นาย ไซ จิน ลู ประธานกรรมการบริษัท ประธานของบริษัท Lucite International ประจำภาคพื้นเอเซีย

(2) นายธเนตร ขำเชิดชูไชย กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายการค้าและพาณิชย์

( 3) ผู้ช่วยศาสตราจารย์วัธนี พรรณเชษฐ์ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ

ประธานเสนอ ให้ที่ประชุมลงมติอนุมัติ โดยใช้วิธี Voting card ให้กรรมการแต่ละท่าน

ที่ประชุมรับทราบมีมติ เห็นสมควรเลือกตั้งกรรมการที่ครบกำหนดออกตามวาระกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่อีกครั้ง ตามความเห็นของคณะกรรมการ ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ทั้งสามท่าน ดังนี้

อนุมัติ 44 ราย จำนวน 10,959,022 เสียง คิดเป็นร้อยละ 99.98 ไม่อนุมัติ - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ - งดออกเสียง 1 ราย จำนวน 1,900 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.02

วาระที่ 7: พิจารณาและอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการอิสระประจำปี 2551

ประธาน แถลงเรื่องการพิจารณาและอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการ ประจำปี 2551

ความเห็นของคณะกรรมการ : เห็นสมควรเพิ่มค่าตอบแทนกรรมการอิสระทั้งสามท่าน จากเดิมท่านละ 275,625 บาท เป็น 286,650 บาทต่อปี และยังคงเหมือนเดิมในส่วนของเบี้ยประชุมของกรรมการตรวจสอบ เป็นครั้งละ 6000 บาท และ 7000 บาทสำหรับประธานกรรมการตรวจสอบ

ประธานแถลงต่อที่ประชุมว่า ค่าตอบแทนที่บริษัทฯ กำหนดให้คณะกรรมการอิสระ ถ้ามีการเปรียบเทียบจะน้อยกว่าบริษัทมหาชนอีกหลาย ๆ แห่ง พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณคณะกรรมการอิสระทั้งสามท่าน ที่ได้ให้เกียรติมาเป็นกรรมการอิสระและเป็นกรรมการตรวจสอบ และขอยืนยันว่าท่านทั้งสามได้ทำหน้าที่อย่างอิสระ และมีข้อคิดเห็นในเรื่องการตรวจสอบมาให้ผู้บริหารทราบเป็นระยะ บริษัทฯ ได้มีการนำข้อคิดเห็นและข้อแนะนำ ของท่านทั้งสามมาทำการปรับปรุงระบบการตรวจสอบของบริษัทฯ เป็นอย่างดีทุกปี ในฐานะส่วนตัวมีความซาบซึ้งกรรมการอิสระเป็นอย่างยิ่ง

ประธานเสนอ ให้ที่ประชุมลงมติอนุมัติ โดยใช้วิธี Voting cards

ที่ประชุมรับทราบมีมติ พิจารณาพิจารณาและอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการอิสระประจำปี 2551 ตามความเห็นของคณะกรรมการ ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ ดังนี้

อนุมัติ 44 ราย จำนวน 10,959,022 เสียง คิดเป็นร้อยละ 99.98 ไม่อนุมัติ - ราย จำนวน - เสียง คิดเป็นร้อยละ - งดออกเสียง 1 ราย จำนวน 1,900 เสียง คิดเป็นร้อยละ 0.02

วาระที่ 8: เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

ขณะรอผลการลงคะแนนหรือมติในวาระต่าง ๆ ประธานได้ชี้แจงเพิ่มเติม

- ผลประกอบการหรือยอดขายของบริษัทฯ ในเรื่องของรายได้จากการขายมีการเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี

- ปัญหาธุรกิจของบริษัทฯ เหมือนกับหลายอุตสาหกรรม คือ เรื่องการควบคุมต้นทุนหรือ Gross Margin ผลกำไรเบื้องต้น ซึ่งเกิดขึ้นหรืออาจได้รับผลกระทบจากหลาย ๆ ด้าน เช่น ต้นทุนจากปีที่ผ่านมาบริษัทฯ มีปัญหามากในเรื่องวิถีการน้ำมันที่ขึ้นไม่หยุดยั้ง ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบไม่มีโอกาสลดลง ขณะนี้มีการชะลอตัวและรอการขึ้นในครั้งต่อไป บริษัทฯ จำเป็นจะต้องหาวิธีลดต้นทุนหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เพื่อสามารถแข่งขันได้ตลอดเวลา ทำให้ผู้บริหารของบริษัทฯ ต้องทำงานกันอย่างเต็มความสามารถ และบริษัทฯ มีอีกช่องทางหนึ่งในการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ โดยการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ซึ่งทุก ๆ ปีจะมีการเพิ่ม value add ของ product ประมาณ 2- 3 ตัวตลอดมา รวมถึงการส่งออกซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้บริษัทฯ ยังยืนอยู่และไปด้วยดีท่ามกลางวิกฤตการณ์ เนื่องจากความเชื่อถือในสัญลักษณ์หรือในองค์กรที่ทำให้บริษัทฯ สามารถ charge premium คือ มีราคาสูงกว่าคู่แข่ง 5 – 7 เปอร์เซ็นต์ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นที่ยอมรับของลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ ทำให้บริษัทฯ ได้เปรียบในเรื่องของรายได้หรือผลกำไรที่เพิ่มขึ้นถ้าเทียบกับคู่แข่ง และทำให้บริษัท ยังคงมีจุดยืนในการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพสูงขึ้น -

การแข่งขันเรื่องราคา บริษัทฯ พยายามหลีกเลี่ยงมากที่สุด เพราะในที่สุดก็จะประสบปัญหาขาดทุน ดังในปีที่ผ่านมา มีคู่แข่ง 2 รายที่ต้องล้มเลิกหรือปิดกิจการไป เนื่องจากคำนึงถึงการแข่งขันในเรื่องราคามากเกินไป โดยไม่ได้ใช้เวลามาพัฒนาสินค้า อย่างไรก็ตาม บริษัท ไทยโพลีอะคริลิค จำกัด (มหาชน) ยังคงมีความภาคภูมิใจที่ยังคงยึดหลักการในการดำเนินธุรกิจต่อไป

ประธานตอบข้อซักถามถึงจำนวนโรงงานที่เป็นหลักใหญ่ของธุรกิจอะคริลิคในประเทศไทย ในปัจจุบันมีประมาณ 4 บริษัท

1. บริษัท ซูมิเพล็ก (ประเทศไทย) จำกัด

2. บริษัท แพนเอเชีย

3. บริษัท ไททัน

4. บริษัท ไทยโพลีอะคริลิค จำกัด (มหาชน)

บริษัท ไทยโพลีอะคริลิค จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตแผ่นอะคริลิครายเดียวในประเทศไทย ที่มีทั้ง 2 ระบบ คือ ระบบหล่อ และระบบเครื่องรีด จึงทำให้บริษัทฯ มีความหลากหลายหรือ product range มากกว่าผู้อื่น ซึ่งถือได้ว่าเป็นโล่สำคัญของบริษัทฯ

ประธานตอบข้อซักถามของผู้เข้าร่วมประชุม ถึงปัญหาการขาดตลาดของน้ำยา MMA ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะ ผู้ผลิต MMA รายใหญ่ โดยเฉพาะ Lucite International มีการขยายกำลังการผลิตมากขึ้น ล่าสุดมีการลงทุนที่ประเทศสิงคโปร์อีกแสนกว่าตัน รวมถึงสาเหตุการใช้น้ำยา MMA ของบริษัท Thai MMA เพื่อประหยัดในการขนส่ง ส่วนปัญหาทางด้านคุณภาพไม่มี เพราะได้ผ่านการตรวจสอบแล้ว

ผู้เข้าร่วมประชุม กล่าวชมเชยบริษัทฯ ว่าให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามได้ดีและมากที่สุด พร้อมทั้งสอบถามเรื่องการขอเข้าเยี่ยมชมโรงงาน

ประธานนำเสนอว่า ถ้าผู้ถือหุ้นประสงค์จะเข้ามาเยี่ยมชมโรงงาน บริษัทยินดีและสามารถติดต่อได้ที่คุณมัสยา รุ่งเรือง หรือทาง Web site ของบริษัทฯ

ที่ประชุมรับทราบและไม่มีผู้ใดซักถาม

หลังจากนั้นประธานจึงชี้แจงผลลงคะแนนให้ผู้ถือหุ้นรับทราบ ซึ่งมีมติเป็นเอกฉันท์ตามที่ปรากฏในแต่ละวาระด้านบน และกล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านที่ให้เกียรติลงคะแนนเสียงสนับสนุนคณะกรรมการในการประชุมครั้งนี้

ปิดประชุมเวลา 10.45 น.

(นายสุจิตร ศรีเวทย์บดี)

กรรมการผู้จัดการ

ทำหน้าที่ในนามประธานคณะกรรมการ

(นางมัสยา รุ่งเรือง)

บันทึกการประชุม

(นายสุจิตร ศรีเวทย์บดี)

กรรมการผู้จัดการ

ทำหน้าที่ในนามประธานคณะกรรมการ

(นางมัสยา รุ่งเรือง)

บันทึกการประชุม

รับรองสำเนาถูกต้อง

(นายสุจิตร ศรีเวทย์บดี) (นายธเนตร ขำเชิดชูไชย

กรรมการ กรรมการ

ขอเรียนเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 24/2551
1 เม.ย. 2551



วันที่ 1 เมษายน 2551

เรื่อง : ขอเรียนเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 24/2551

เรียน : ท่านผู้ถือหุ้น บริษัท ไทยโพลีอะคริลิค จำกัด (มหาชน)

สิ่งที่ส่งมาด้วย :

1. สำเนารายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 23/2550 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2550

2. รายงานประจำปี 2550

3. ประวัติโดยสังเขปของกรรมการที่ได้รับการคัดเลือกกลับมาดำรงตำแหน่งใหม่

4. ประวัติโดยสังเขปของกรรมการที่ได้รับการมอบฉันทะ

5. คำนิยามกรรมการอิสระ

6. ข้อบังคับบริษัท เฉพาะการประชุมผู้ถือหุ้น

7. หนังสือมอบฉันทะจำนวน 2 แบบ ตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์กำหนด

8. เอกสารและหลักฐาน แสดงสิทธิเข้าร่วมประชุม

9. แผนที่สถานที่จัดประชุม

ด้วยคณะกรรมการบริษัท ไทยโพลีอะคริลิค จำกัด (มหาชน) ได้มีมติกำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 24/2551 ในวันที่ 25 เมษายน 2551 เวลา 10.00 น. ณ โรงแรม รอยัลซิตี้ ห้องอรุณอัมรินทร์ ชั้น 2 ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาระเบียบวาระการประชุมดังนี้

วาระที่ 1 พิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 23/2550 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2550

การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 23/2550 ได้จัดขึ้นที่โรงแรมรอยัลซิตี้ ห้องบางกอกน้อย ชั้น 3 ถนนบรมราชชนนี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2550 ได้มีบันทึกและจัดทำรายงาน การประชุมภายใน 14 วัน นับแต่วันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น พร้อมทั้งจัดส่งตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทยและกระทรวงพาณิชย์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว (รายละเอียดสำเนารายงานการประชุมดังปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย ลำดับที่ 1)

ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นรับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 23/2550 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2550

วาระที่ 2 รายงานผลการดำเนินงาน ประจำปี 2550

บริษัทได้สรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ในรอบปี 2550 (รายละเอียด ซึ่งปรากฏในรายงานประจำปี 2550 ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย ลำดับที่ 2)

ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรรายงานผลการดำเนินงาน ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นรับทราบ

วาระที่ 3 พิจารณาอนุมัติงบการเงิน สำหรับปี 2550 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550

งบการเงินสำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550 ประกอบด้วยงบดุล งบกำไรขาดทุน ซึ่งผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแล้ว ตามที่แสดงไว้ในรายงานประจำปี 2550 และได้จัดส่งให้แก่ผู้ถือหุ้นพร้อมกับหนังสือเชิญประชุม ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย ลำดับที่ 2

ความเห็นคณะกรรมการ เห็นควรเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติงบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550

วาระที่ 4 พิจารณาอนุมัติจัดสรรกำไรและเงินปันผล ประจำปี 2550

บริษัทกำหนดการจ่ายเงินปันผลโดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานของบริษัท โดยเสนอให้จ่ายเงินปันผลประจำปี 2550 ในอัตรา 6.- บาท ต่อหุ้นจำนวน 12,150,000 หุ้น เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 72,900,000.- บาท โดยจะทำการจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 21 พฤษภาคม 2551 และปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผล ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2551 เวลา 12.00 น. (ตามรายละเอียดการจ่ายเงินปันผลดังปรากฎอยู่ในส่วนงบการเงินของรายงานประจำปี 2550 ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย ลำดับที่ 2)

อนึ่ง บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราที่ผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติเป็นคราว ๆ ไป ทั้งนี้ บริษัทมีข้อมูลเปรียบเทียบอัตราการจ่ายเงินปันผลในปีที่ผ่านมา ดังนี้

รายละเอียดการจ่ายเงินปันผล ปี 2550 (ปีที่เสนอ) ปี 2549 (ปีที่ผ่านมา)

1. กำไรสุทธิ (บาท) 50,155,774.00 109,678,169.00

2. จำนวนหุ้น (หุ้น) 12,150,000 12,150,000

3. เงินปันผลจ่ายต่อหุ้น (บาท : หุ้น) 6.00 7.00

4. รวมเป็นเงินปันผลจ่ายทั้งสิ้น (บาท) 72,900,000.00 85,050,000.00

5. สัดส่วนการจ่ายเงินปันผล (ร้อยละ) 145.35 77.55

ความเห็นคณะกรรมการ คณะกรรมการเห็นควรเสนอที่ประชุมพิจารณาอนุมัติจัดสรรกำไรและเงินปันผล ประจำปี 2550

โดยเสนอให้จ่ายเงินปันผลประจำปี 2550 ในอัตรา 6.- บาท ต่อหุ้นจำนวน 12,150,000 หุ้น เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 72,900,000.- บาท โดยจะทำการจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 21 พฤษภาคม 2551 และปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผล ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2551 เวลา 12.00 น.

วาระที่ 5 พิจารณาแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี ประจำปี 2551

คณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณาเลือกผู้สอบบัญชีจำนวน 3 รายจากบริษัท ไพร้ซ วอเตอร์ เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด ตามรายชื่อต่อไปนี้เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท ประจำปี 2551

(1) นายประสิทธิ์ เยื่องศรีกุล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 4174

(2) นายสมชาย จินโนวาท ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 3271

(3) นายวิเชียร กิ่งมนตรี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 3977

โดยกำหนดให้นายวิเชียร กิ่งมนตรี เป็นผู้ทำการตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินของ บริษัทและเป็นผู้ลงลายมือชื่อในงบการเงินของบริษัทมาแล้วเป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2548 – 2550

โดยมีค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีประจำปี 2551 เป็นเงินจำนวน 1,200,000.-บาท ซึ่งเท่ากับค่าตอบ แทนในปี 2550 ที่ผ่านมา สำหรับค่าบริการอื่น (non – audit fee) ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมาบริษัท ไม่มีการรับบริการอื่นจากสำนักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีสังกัด

ทั้งนี้ ผู้สอบบัญชีตามรายชื่อที่เสนอมานั้นไม่มีความสัมพันธ์ และ/หรือ ไม่มีส่วนได้เสียกับ บริษัท/ผู้บริหาร/ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวแต่อย่างใด

ความเห็นคณะกรรมการ เห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาแต่งตั้ง บริษัท ไพร้ซ วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทประจำปี 2551 และแต่งตั้งบุคคลที่มีรายนามดังกล่าว ข้างต้นเป็นผู้สอบบัญชี และพิจารณาอนุมัติค่าสอบบัญชี ประจำปี 2551 เป็นจำนวน 1,200,000 บาท ซึ่งเท่ากับค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีในปี 2550 ที่ผ่านมา ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ตรวจสอบ

วาระที่ 6 พิจารณาเลือกตั้งกรรมการใหม่ แทนกรรมการที่ออกตามวาระ ตามข้อบังคับข้อ 2 ของ บริษัท ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2551 มีกรรมการที่ต้องออกตามวาระ ซึ่งเป็นไปตามกฎข้อบังคับของบริษัทหมวดที่ 4 ข้อ 22 ดังนี้

“ในการประชุมสามัญประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่งหนึ่งในสามเป็นอัตรา ถ้าจำนวนกรรรมการที่จะแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม กรรมการที่ออกจากตำแหน่งในปีแรก และปีที่สองภายหลังจดทะเบียนบริษัทนั้น ให้จับสลากกันว่าผู้ใดจะออก ส่วนปีหลังต่อไปให้กรรมการคนที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดนั้น เป็นผู้ออกจากตำแหน่ง กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระในข้อนี้ อาจได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาเป็นกรรมการใหม่ได้”

“การคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทไม่ได้ผ่านคณะกรรมการสรรหา เนื่องจากบริษัทยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริษัทได้สรรหาผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมตามหลักเกณฑ์และและวิธีการสรรหาที่เปิดเผยในรายงานประจำปี 2550 หัวข้อ การ สรรหากรรมการและผู้บริหาร และหัวข้อเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี ข้อ 5.5 เรื่องคุณสมบัติกรรมการและการสรรหา รวมถึงผลการปฏิบัติงานในฐานะกรรมการบริษัทในช่วงที่ผ่านมาแล้วเห็นว่าบุคคลทั้ง 3 ท่านตามรายชื่อด้านล่างมีคุณสมบัติเหมาะสม สมควรเลือกตั้งกลับเข้าดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการอีกครั้ง”

1) นายไซ จินลู

2) นายธเนตร ขำเชิดชูไชย

3) ผู้ช่วยศาสตราจารย์วัธนี พรรณเชษฐ์

ความเห็นคณะกรรมการ เห็นสมควรให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาลงมติเลือกตั้งกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระ ดังมีราย นามข้างต้น กลับเข้าดำรงตำแหน่งต่อไปอีกวาระหนึ่ง เนื่องจากบุคคลทั้ง 3 ท่านดังกล่าวเป็นผู้มี มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทและผู้ถือหุ้น (พร้อมนี้ได้แนบประวัติโดยสังเขปของกรรมการ ดังปรากฏในสิ่งที่ส่งมาด้วย ลำดับที่ 3)

วาระที่ 7 พิจารณาและอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการอิสระ ประจำปี 2551

คณะกรรมการได้พิจารณาความเหมาะสมของค่าตอบแทนคณะกรรมการอิสระ ประจำปี 2551 จากเดิมท่านละ 275,625.- บาทต่อปี เป็นท่านละ 286,650.-บาท และยังคงไว้เหมือนเดิมในส่วน ค่าเบี้ยประชุมของกรรมการตรวจสอบ เป็นครั้งละ 6,000.-บาท และ 7,000.-บาท สำหรับ ประธานกรรมการตรวจสอบ การกำหนดค่าตอบแทนของบริษัทไม่ได้ผ่านคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน เนื่องจากบริษัท ยังไม่มีคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการได้กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการเสนอค่าตอบแทนตามที่เปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี 2550 หัวข้อนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี ข้อ 5.7 เรื่องค่าตอบแทนกรรมการ

ความเห็นคณะกรรมการ เห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการอิสระ

วาระที่ 8 พิจารณาเรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)

ขอแสดงความนับถือ

(นายสุจิตร ศรีเวทย์บดี)

กรรมการผู้จัดการ

ทำหน้าที่ในนามประธานคณะกรรมการ

คณะกรรมการกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการเข้าร่วมประชุม ในวันที่ 4 เมษายน 2551 เวลา 12.00 น. จนกว่าการประชุมจะแล้วเสร็จ

จึงขอเรียนเชิญผู้ถือหุ้นทุกท่านเข้าร่วมประชุมตามกำหนด วัน เวลา และสถานที่ ดังกล่าวข้างต้น โดยบริษัทเปิด ให้ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถ้าผู้ถือหุ้นท่านใดไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง และประสงค์จะแต่งตั้งตัวแทนเข้าร่วมประชุม ขอได้โปรดกระทำการมอบฉันทะโดยใช้หนังสือมอบฉันทะดังปรากฏในสิ่งที่ส่งมาด้วย ลำดับที่ 7

ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นท่านใดไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ และประสงค์จะแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการหรือกรรมการ อิสระของบริษัท เป็นผู้รับมอบฉันทะในการออกเสียงลงคะแนน สามารถดูรายชื่อพร้อมประวัติโดยสังเขปดังปรากฎในสิ่งที่ส่งมาด้วย ลำดับที่ 4

ประกาศรับสมัครงานหลายตำแหน่ง
18 Feb 2008




Marketing Manager

ประจำที่สำนักงานสาทร

ชาย อายุ 30 ปีขึ้นไป

วุฒิปริญญาตรี หรือ สูงกว่าในสาขาการตลาด การจัดการ หรือ อื่นที่เกี่ยวข้อง

มีประสบการณ์ด้านการทำแผนตลาด และข้อมูลการตลาด

สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีในระดับสื่อสาร


Sales Representative

ประจำที่สำนักงานสาทร

ชาย อายุ 25 ปีขึ้นไป

วุฒิปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้อง

มีประสบการณ์ในการขายมากกว่า 3 ปี

มีพาหนะเป็นของตนเอง


Purchasing Manager

ประจำที่สำนักงานพุทธมณฑลสาย 4

ชาย อายุ 30 ปีขึ้นไป

วุฒิปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้อง

มีประสบการณ์ด้านการจัดซื้อทั้งในและต่างประเทศ

สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีในระดับสื่อสาร


ผู้จัดการกะ

ประจำที่สำนักงานพุทธมณฑลสาย 4

ชาย อายุ 30 ปีขึ้นไป

วุฒิ ปวส หรือ ปริญญาตรีในสาขาช่างฯ สามารถเข้างานเป็นกะ

มีประสบการณ์การทำงานในโรงงาน สามารถทำงานกับพนักงานในสายผลิต


เจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

ชาย หญิง อายุ 25 ปีขึ้นไป

วุฒิปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้อง

มีประสบการณ์ด้านงานบุคคล และความคล่องตัวในการทำงาน

ผู้สมัครที่เคยทำงานในกลุ่มธุรกิจพลาสติก และเคมีภัณฑ์ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

ผู้ที่สนใจสามารถเส่งจดหมาย หรือ แฟกซ์ resume และเงินเดือนที่ต้องการมาที่


ผู้จัดการฝ่ายทรัยากรบุคคลและกฏหมาย

บริษัท ไทยโพลีอะคริลิค จำกัด (มหาชน)

134/5 ถ.กรุงธนบุรี แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600

โทร 0-2889 8720 แฟกซ์ 0-2888 5952

 


หน้า : I<<  1 2 3 4 5 6 7 8 >>I